PRACHAIWAT

พระชัยวัฒน์ประจำรัชกาล
| หน้าแรก | หน้าต่อไป |

พระชัยวัฒน์    เดิมมีพระนามว่า พระชัย หรือพระไชย    ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ออกพระนามเพิ่มว่าพระไชยวัฒน์ และได้เปลี่ยนพระนามมาเป็นพระชัยวัฒน์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระชัยเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่มีลักษณะพิเศษคือ พระหัตถ์ซ้ายจะทำพระหัตถ์อยู่ในลักษณะถือด้ามพัด และเป็นแบบนั่งขัดสมาธิเพชร   จากหลักฐานที่พบน่าจะเกิดมีขึ้นตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา พระราชพิธีต่าง ๆ ที่อัญเชิญพระชัยวัฒน์ไปด้วยคือ
- พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา   ในสมัยกรุงศรีอยุธยา จะอัญเชิญพระชัยมาตั้งที่หน้าพระพุทธสิหิงค์ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ก็เช่นเดียวกัน
- พระราชพิธีโสกันต์   ในสมัยกรุงศรีอยุธยา จะอัญเชิญพระชัยมาตั้งที่ซ้ายและขวาของพระพุทธสิหิงค์
- พระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์   ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จะอัญเชิญพระชัยมาประจำรัชกาลต่าง ๆ มาร่วมพิธี
- พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัวมักอัญเชิญพระชัยมาด้วย
- พิธีพระประทีป   มีเรืออนันตนาคราช แต่งเครื่องประทีปทรงพระชัย
- ในการเสด็จพระราชสงคราม   จะอัญเชิญพระชัยไปในกองทัพด้วย ถ้าไปทางเรือก็จะอัญเชิญประดิษฐานในเรือเป็นพิเศษ ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  เมื่อครั้งเสด็จไปตีเมืองเมาะตะมะ ได้เสด็จจากกรุงศรีอยุธยาทางเรือ   ได้ตั้งพระชัยในเรือสุพรรณหงส์ ถ้าเสด็จไปทางสถลมารค  ก็จะอัญเชิญพระชัยขึ้นประดิษฐานบนหลังช้าง จึงได้ชื่อว่า พระชัยหลังช้าง
- พระราชพิธีราชาภิเศก   จะอัญเชิญพระชัยมาประดิษฐานในมณฑลพิธี ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
พระชัยวัฒน์ประจำรัชกาล เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของไทยซึ่งไม่มีชาติใดมี เป็นพระราชประเพณีของพระมหากษัตริย์ไทย ที่ได้ทรงปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน แสดงให้เห็นว่าได้ทรงเป็นพุทธมามกะและเอกอัครพุทธศาสนูปถัมภกอย่างชัดแจ้ง   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระบรมราโชวาทก่อนพระราชทานพระชัยวัฒน์มงคลวราภรณ์ ที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น   ให้ผู้รับยึดมั่นอยู่ในเรื่อง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นพระราโชบาย เพื่อความดำรงคงอยู่ของชาติไทย
พระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลทุกพระองค์ ประดิษฐานอยู่ ณ หอพระสุราลัยพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง


พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระชัยวัฒน์                                          พระชัยหลังช้าง
ในรัชสมัยของพระองค์  มีพระชัยอยู่สององค์ องค์หนึ่งมีขนาดเล็กเรียกว่า พระชัยหลังช้าง อีกองค์หนึ่งมีขนาดใหญ่ เรียกว่า พระชัยประจำรัชกาล หรือ พระชัยใหญ่ องค์พระทำด้วยเงิน ฐานเป็นทองทั้งสององค์   จากหลักฐานพบว่า ได้มีการหล่อพระชัยสององค์เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๒๕ เมื่อจะทำพระราชพิธีปราบดาภิเษก ขนาดหน้าตักกว้าง ๒๑ เซนติเมตร สูงถึงยอดรัศมี ๓๒ เซนติเมตร สูงถึงยอดฉัตร ๘๘ เซนติเมตร เมื่อครั้งที่พม่ายกทัพเข้ามาจะตีพระนคร พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้เสด็จทางเรือพระที่นั่งบัลลังก์บุษบกพิศาล พระที่นั่งพิมานเมืองอินทร ทรงพระชัยนำเสด็จ


พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระองค์ได้ทรงสร้างพระชัยประจำรัชกาลขึ้นอีกองค์หนึ่ง มีขนาดใกล้เคียงกันพระชัยในรัชกาลที่ ๑ ผิดกันที่องค์พระและฐานเป็นทองทั้งหมด
แต่ไม่ทันได้ใช้ คงใช้พระชัยในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เพราะพระองค์มาสร้างพระชัยตอนปลายรัชกาล

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระชัยประจำรัชกาล มีขนาดเล็กลงมาก คือ หน้าตักกว้าง ๑๒
เซนติเมตร สูงถึงยอดรัศมี ๑๘ เซนติเมตร สูงถึงยอดฉัตร ๕๗ เซนติเมตร และทำผ้าพิเศษขึ้นเป็นทองลงยา เข้าใจว่าไม่ได้สร้างใหญ่ แต่เลือกพระชัยของเก่ามาซ่อมแซม เพราะพบว่ามีพระชัยขนาดเดียวกันนี้อยู่มาก ในหอพระสุราลัยพิมาน ทำด้วยเงินก็มี ทองก็มี และไม้ก็มี

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระชัยวัฒน์                                       พระชัยเนาวโลหะ
ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระองค์ ได้อัญเชิญพระชัยมาตั้งรวม ๖ องค์ ร่วมกับพระพุทธรูป พระนามอื่นอีก ๖ องค์ รวมเป็น ๑๒ องค์ พระชัยทั้ง ๖ องค์ได้แก่ พระปฏิมาไชย พระไชยทอง พระไชยเงิน พระไชยนวโลหะ พระไชยผ้าห่มลงยาราชาวดี และพระไชยพิธี
พระไชยในรัชกาลที่ ๔ มีขนาดเล็กกว่าในรัชกาลที่ ๓ เป็นทองทั้งองค์พระและฐาน หน้าตักกว้าง ๑๐ เซนติเมตร สูงถึงยอดรัสมี ๑๗ เซนติเมตร สูงถึงยอดฉัตร ๗๐ เซนติเมตร
นอกจากนั้นพระองค์ยังได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง พระชัยวัฒน์ทองเนาวโลหะองค์เล็ก เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๖ เพื่ออัญเชิญไปในกระบวนเสด็จพระราชดำเนินประทับแรม นอกพระนคร และตั้งในการพระราชพิธีต่าง ๆ

| หน้าแรก | หน้าต่อไป |