| หน้าแรก | ชาติไทย | ศาสนา | พระมหากษัตริย์ | หน้าต่อไป | ย้อนกลับ |
|มูลบทบรรพกิจ|ข้อเตือนใจในแบบเรียนเร็ว|ข้อเตือนใจจากบทดอกสร้อย|
| คำปฏิญาณของลูกเสือไทย | ข้อเตือนใจจากที่อื่นๆ | วรรณคดีไทยร้อยกรอง|โคลงพระราชพงศาวดาร|

นิทราชาคริต (ความตอนต้น)

ร่าย
            ๑.  สรวมสวัสดิวิชัย  เกริกกรุงไกรเกรียงยศ  เกียรติปรากฏขจรขจาย  สบายทั่วแหล่งหล้า  ฝนฟ้าฉ่าชุ่มชล  ไพศรพณ์ผลพูนเพิ่ม  เหิ่มใจราษฎร์บำเทิง  รื่นเริงรัฐมณฑล  สกลราชอาณาเขต  ประเทศสยามชื่นช้อย  ทุกข์ขุกเข็ญใหญ่น้อย  นาศไร้แรงเกษม  โสดเทอญ

โคลง ๔
๒.  เปรมจิตปราศจากเศร้า     สิ่งศัลย์  สรรพเทอญ
ทั่วนครขอบขัณฑ์ เขตด้าว
เจริญสุขทุกคืนวัน วายเทวษ
ปล่งปลอดปรปักษ์ก้าว เกี่ยงพ้นภัยกษัย
๓.  ไพบูลย์สมบัติถ้วน  ทวยชน  ชื่นเทอญ
ประกอบกิจเกิดนิตยผล  แผ่หล้า
บำเทิงทั่วภูวมณ  ฑลเกษตร  สยามเอย
จงประสิทธิ์ประสงค์ข้า คิดต้องคลองธรรม์

ร่าย

            ๔.  จักบรรยายนิทาน  มานในเรื่องอาหรับ  ฉบับอังกฤษแปลแปลง  แสดงเป็นสยามพากย์  หลากแต่เพรงไป่มี  เพื่อการปีใหม่หมาย  ให้สบายชื่นชม  บรมวงศานุวงศ์  ทุกพระองค์ทั่วหมด  จึ่งคัดจดข้อคำ  ทำเป็นกลอนลิขิต  ประดิษฐ์โดยย่อพอเรียง  เพียงพอรู้เรื่องจบ  ปางปรารภใดอั้น  ดูจุ่งทราบเรื่องนั้น  เสร็จสิ้นทุกอัน  แลนา
            ๕.  แต่ปางบรรพ์ยังมี  เจ้าธานีในประเทศ  เขตอาหรับรมย์สถาน  ไพศาลโสดบูรี  ศรีแบกแดดนคร  ภูธรครองยุติธรรม์  ผดุงขัณฑสีมา  ฝูงประชาสำราญ  พ้นภัยพาลพิบัติ  ดัดความเมืองซื่อตรง  ไป่เว้นทรงดำริ  ตริจาตุรราชการ  คือวิจารณ์คุณโทษ  ประโยชน์ผลผู้ทำ  กรรมชอบผิดแด่ไท้  ชอบชอบให้ควรการ  หนึ่งวิจารณ์ทั่วทุกข์  สุขอำมาตย์ราษฎร  ดับอธิกรณ์ถ้อยความ  ตามสมควรคุณโทษ  หนึ่งตริประโยชน์พารา  ประมวลมาซึ่งราชทรัพย์  โดยฉบับบูรพา  เลี้ยงศาสนาณาจักร  บริรักษ์นครโดยควร  หนึ่งไต่สวนการศึก  ระลึกภายนอกใน  เพื่อราญไพรียุทธ์  ทุกทิศประทุษป้องกัน  สรรพภัยผ่อนปรน  จาตุกรณย์ราชกิจ  บพิตร บ ไว้หฤทัย  เสนาในพนักงาน  ภูบาลย่อมแปลงองค์  ลงเป็นพาณิชเพศ  หวังสืบเหตุนานา  แต่ประชาราษฎร  ซึ่งสัญจรไปมา  จักเจรจาดีร้าย  หวังยักย้ายรำงับ  ดับความร้อนเปลี่ยนเย็น  รอนความเข็ญให้ขาด  ประสาทสิ่งสุขสวัสดิ์  ขจัดสรรพ์ภยันตราย  ยื่นสบายเบิกหล้า  เสียงสรเสริญทั่วหน้า  เขตท้าวไพบูลย์  ยิ่งแล ฯ

โคลง ๔

๖. ฮารูนอาลราษุจิดอ้าง องค์นรินทร์  นามฤา
กาหลิบครองแผ่นดิน ดับร้อน
วงศ์เนื่องแต่มุนินทร์  มะหะหมัด
ผดุงราษฎร์ศาสนาซ้อน เชิดไว้จิรกาล
๗.  เปรียบปานบิตุเรศเลี้ยง      ดนัย  นั่นแฮ 
กอบกิจการุณย์ไป ทั่วผู้
สอดส่องประสบใคร ดีชั่ว
ลงโทษโปรดยกกู้ ก่อให้สำราญ

ร่าย

            ๘.  ในกาลนั้นวานิช  ผู้หนึ่งสถิตในนคร  เคยสัญจรค้าขาย  แต่ปางกายยังสะคราญ  จนตราบกาลชราภาพ  บรรลุลาภแหล่หลาย  มีบุตรชายสุดสวาท  เฉลียวฉลาดว่องโวหาร  จึงขนานนามนิยม  สมชื่อในศาสนา  เรียกอาบูหะซัน  พาณิชพลันป่วยหนัก  ผลักทรัพย์มอบแก่บุตร  อาการสุดสิ้นชนม์  บุตรขวนขวายฝังศพ  ไว้ทุกข์ครบกำหนด  เติมส่วนใหม่หาได้  รวบรวมสมบัติไว้  เรียบร้อยดังเดิม
            ๙.  ภายหลังเหิมจิตตริ  ทรัพย์เราสิมากหลาย  ควรสบายบ่มสุข  เล่นสนุกต่างต่าง  อย่างคนหนุ่มทั้งปวง  ไป่ควรหวงแหนทรัพย์  ซึ่งสำหรับเป็นมูล  เครื่องเกื้อกูลความสบาย  ความนึกหมายพลันทำ  นำสมบัติบิดา  มาปั้นเป็นสองภาค  ส่วนหนึ่งหากจำหน่าย  จ่ายซื้อบ้านเรือนสวน  ซื้อตึกควรคนเช่า  เป็นเรือนเย่าเก็บค่า  ทุกถิ่นท่ามากหลาย  รายทรัพย์สิ้นส่วนพลัน  อีกส่วนอันยังเหลือ  เล่นฝั่นเฝือไป่ยั้ง  ตั้งเลี้ยงเพื่อนพวกพ้อง  เล่นขับร้องฟ้อนรำ  กำจายทรัพย์เนืองนิตย์  บขุกคิดทุนรอน  ข่าวลือขจรแซ่ซ้อง  ไป่เนิ่นเลยพวกพ้อง  พรั่งพร้อมแพร่หลาย  ยิ่งนา

ฯลฯ

นิทราชาคริต (บทอาขยาน)

ร่าย

            ๕๗.  คุงค่ำเข้าราษตรี  ประเพณีในนครา  ทวยประชาครั่นคร้าม  ห้ามบให้เสพสุรา  ในเวลาทิวาวาร   ยามรัตติกาลจึ่งควร  จวนค่ำจึ่งหะซัน  จุดเทียนพลันรุ่งโรจน์  โชติช่วงแสงชัชวาล  เครื่องสุราบานแต่งตก  ยกตั้งโต๊ะกลางตรง   วางถ้วยลงรินสุรา   กล่าววาจาเพราะพร้อง  เชิญท่านผู้เพื้อนพ้อง  จุ่งตั้งโสตสดับ  เทอญนา

โคลง ๔

     ๕๘.  แบบฉบับไก่ผู้ผ่าว กรรหาย  ชลเฮย
บด่วนดื่มเดียวดาย เรียกร้อง
ภรรยาเพื่อนฝูงหลาย ตัวต่อ  พร้อมแฮ
จึ่งเสพสลิลซ้อง ดั่งนี้เราเชิญ
     ๕๙.  ฟังเพลินไพเราะแท้      วาจา  ท่านนา
มรรยาทยิ่งอย่างหา ยากล้ำ
เป็นที่ถูกหฤทยา เรายิ่ง  รักแฮ
เชิญท่านรินส่งซ้ำ ส่วนให้เรากิน
     ๖๐.  รินแล้วส่งถ้วยท่าน จงลอง  ชิมเทอญ
คงจะสบสมปอง เอกแท้
กาหลิบรับถ้วยสนอง คำตอบ
อย่างท่านมีของแม้ ชั่วแล้วมีไย
     ๖๑.  แม้ไฉนเรือนข้าจัก เจรจา  ได้ฤา
ยลท่านประเวศมา หยุดยั้ง
โดยเปรมกระมลปรา โมทย์ชื่น  ชมแฮ
จักจรดเศียรตั้ง ต่อพื้นอัญชลี
     ๖๒.  ยินดีเพื่อด้วยท่าน มาพัก
มีโอษฐจะทายทัก ท่านจ้อ
จัดโต๊ะแต่งตั้งตัก เตือนท่าน  เสพนา
เสมอจิตเราฤาท้อ เทียบให้เล็งเห็น

              ตอนอาบูเมายา

โคลง ๔
     ๒๗๒.  บารมีพระมากพ้น รำพัน
พระพิทักษ์ยุติธรรม์ ถ่องแท้
บริสุทธิ์ดุจดวงตะวัน ส่องโลก  ไซร้แฮ
ทวยราษฎร์รักบาทแม้ ยิ่งด้วยบิตุรงค์
      ๒๗๓.  ยืนยงจงรักเบื้อง บาทมูล  ท่านเอย
ข้าบาทราชนิกูล ใหญ่น้อย
พระสนมสนิทพูน พิศวาส  ท่านนา
ความเคียดเกียจคร้านก้อย กึ่งนั้นฤามี
      ๒๗๔.  เจริญศรีชนม์ชีพยั้ง      ยืนนาน  ยิ่งเทอญ
พระพละปฏิภาณ จุ่งแผ้ว
ดำรงสิริราชฐาน สมบัติ
ทอนทุกข์สุขสวัสดิ์แคล้ว คลาดพ้นพรรค์ภัย

โคลง ๓

     ๒๗๕.  อาบูใจเบิกบาน ฟังขับขานเพราะพร้อง
ยกยศยิ่งใหญ่ต้อง จิตเพี้ยงของหวาน
      ๒๗๖.  เสียงบรรสานจับปี่      เรื่อยระรี่รับร้อง
กลมกล่อมซ้อมเสียงซ้อง ซาบซึ้งซึมใจ  ยิ่งนา

ร่าย

            ๒๗๗.  ณ ทันใดอาบู  แลนา     ยกถ้วยชู บ มิช้า  แลนา     อ้าปากกินสิ้นหมด  แลนา     ไม่ปรากฎอันใด  แลนา     ผินหน้าไปหาน้อง  แลนา  คิดจักพร้องพจนา  แลนา     วาจา บ ทันไข  แลนา     ณ บัดใจตาหลับ  แลนา     ศีรษะพับสยบ  แลนา     ซบโต๊ะไม่ติงกาย  แลนา     ดูดังวายชีพมรณ์  แลนา     เช่นภูธรทำแต่ปาง  แลนา     จึงอนงค์นางเข้ารับ  แลนา     จับถ้วยมาจากมือ  แลนา     ซึ่งยังถือบทันวาง  แลนา     ปางภูบาลเห็นเสร็จ  แลนา     ธก็เสด็จไคลคลา  แลนา     ออกมาที่หะซัน  แลนา     ธก็สรวลสันต์กึกก้อง   เสร็จกิจสัมฤทธิ์ต้อง  จิตให้พึงประสงค์  แลนา

ลิลิตตะเลงพ่าย (ความตอนต้น)

ร่าย
            ๑.  ศรีสวัสดิเดชะ  ชนะราชอรินทร์  ยินพระยศเกริกเกรียง  เพียงพกแผ่นฟากฟ้า  หล้าล่มเลื่องชัยเชวง  เกรงพระเกียรติระย่อ  ใจฝ่อห้าวบมิหาญ  ลาญใจแกล้วบมิกล้า  บค้าอาตม์ออกรงค์  บค้าอาตม์ออกฤทธิ์  ท้าวทั่วทิศทั่วเทศ  ไท้ทุกเขตทุกด้าว  น้าวมกุฎมานบ  น้อมพิภพมามอบ  มอบบัวบาทวิบุล  อดุลยานุภาพ  ปราบดัสกร แกลนกลัว  หัวหั่นหายกายกลาด  ดาษเต็มท่งเต็มดอน  พม่ามอญพ่ายหนี  ศรีอโยธยารมเยศ  พิเศษสุขบำเทิง  สำเริงราชสถาน  สำราญราชสถิต  พิพิธโภคสมบัติ  พิพัฒน์โภคสมบูรณ์  พูนพิภพดับยุค  สนุกสบสีมา  ส่ำเสนานอบเกล้า  ส่ำสนมเฝ้าฝ่ายใน  ส่ำพลไกรเกริกหาญ  ส่ำพลสารสินธพ  สบศาสตราศรเพลิง  เถกิงพระเกียรติฟุ้งฟ้า  ลือตรลบแหล่งหล้า  โลกล้วนสดุดี
โคลง ๔
๒.  บุญเจ้าจอมภพพื้น แผ่นสยาม
แสยงพระยศยินขาม ขาดแกล้ว
พระฤทธิ์ดังฤทธิ์ราม รอนราพณ์  แลนา
ราญอริราชแผ้ว แผกแพ้ทุกภาย
๓.  ไพรินทรนาศเพี้ยง พลมาร
พระดั่งองค์อวตาร แต่กี้
แสนเศิกห่อนหาญราญ รอฤทธิ์  พระนา
ดาล์ตระดกเดชลี้ ประลาดหล้าแหล่งสถาน
๔.  เสร็จเสวยศวรรเยศอ้าง      ไอศูรย์  สรวงฤา
เย็นพระยศปูนเดือน เด่นฟ้า
เกษมสุขสองสมบูรณ์  บานทวีป
สว่างทุกข์ทุกธเรศหล้า แหล่งล้วนสรรเสริญ

ลิลิตตะเลงพ่าย (บทอาขยาน)

ร่าย
            ๗๒.  พระอาวรณ์หวั่นเทวษ  ถึงอัศเรศแรมเวียง  พลางเมิลเมียงไม้เขา  โดยลำเนาแนวเถื่อน  เคลื่อนแสนยาโจษจน  ลุตำบลสังคล่า  ป่าระหงดงดอน  พิศศิขรรายเรียง  เพียงสุดสาย เมฆเมิล  เนืองเนิ่นเนินแนวไศล  สูงไสวว่ายฟ้า  ชระอ่ำอ้าหาวหน  เห็นถกลกุก่อง  เชิงชั้นช่องปล่องเปลว  เหวหุบห้วยตรวยโตรก  ชะโงกชะง่อนเงื้อมง้ำ  ถ้ำท่อธารธาราแสงเสลา หลากหลาย  พรายพะแพร้วไพโรจน์  ช่วงช่อโชติฉายอัน  สีสุพรรณเลื่อมเหลือง  เรืองโมรารายเรียบ  ขาวปูนเปรียบเพชรรัตน์  แดงดั่งปัทมราช  ดำประหลาดนิลกาล  เขียวสีปานมรกต  ขาบใสสดเสมอเมฆ  ชมพูเฉกโกเมน  เพญพรรณรายรุ้งร่วง  ช่วงส่องแสงสุริยา  ดุจดาราเรืองจรัส  ประภัสสรโอภาส  พิลาสล้ำลานเนตร  พิศศีขเรศชรอุ่ม  พุ่มพหัสยัดเยียด  พฤกษาเสียดสีกิ่ง  เสียงเสนาะยิ่งอย่างพิณ  พระยลยินพิศวง  ถวิลถึงองค์อัคเรศ  ยามดุริเยศจำเรียง  บรรสานเสียงถวายซอ  พึงพอในพอกรรณ  ธก็จาบัลบมิเบื่อ  เหงื่อเนตรตกอกช้ำ  เหลือทุกข์เหลือที่กล้ำ  เทวษไว้ไปมีแม่เอย

โครง ๔

๗๙.  มาเดียวเปลี่ยว อก อ้า อายสู
สถิตอยู่เอ้องค์ดู ละห้อย
พิศโพ้นพฤกษ์พบู บานเบิก  ใจนา
พลางคะนึงนุชน้อย แน่งเนื้อนวลสงวน
๘๐.  พระครวญพระร่ำไห้ โหยหา
พลางพระพิศพฤกษา กิ่งเกี้ยว
กลกรกนิษฐนา รีรัตน์  เรียมฤา
ยามตระกองกอดเกี้ยว โอบอ้อมองค์เรียม
๘๑.  เฌอปรางเปรียบนาฏน้อง      นวลปราง
รักดั่งรักนุชพาง พี่ม้วย
ช้องนางเฉกช้องนาง คลายคลี่  ลงฤา
โศกพี่โศกสมด้วย ดั่งไม้นามมี
๘๒.  อบเชยอบชื่นชี้ เฌอสม  ญาฤา
อบว่าอรอบรม รื่นเร้า
อบเชยพี่เชยชม กลิ่นอบ  เฌอนา
อบดั่งอบองค์เจ้า จักให้เรียมเชย
๘๓.  ขานางนึกคู่คู้ ขาสมร
พลางพี่โอบเอวอร แอบเคล้า
กระทุ่มดั่งทุ่มกร ตีอก  เรียมฤา
เกดว่าเกศนุชเกล้า กลิ่นกลั้วเสาวคนธ์
๘๔.  เล็บมือนางนี้หนึ่ง นขา  นางฤา
ต้องดั่งต้องบุษบา นิ่มน้อง
ชงโคคิดชงฆา นุชนาฏ  เหมือนฤา
เรียมระเมียงเดื่อปล้อง ดั่งปล้องศอสมร
๘๕.  ซ่อนกลิ่นกลิ่นแก้วซ่อน นาสา  เรียมฤา
ตาดว่าตาดพัสตรา หนุ่มเหน้า
สลาลิงเล่ห์ซองสลา นุชเทียบ  ถวายนา
สวาดดั่งเรียมสวาทเจ้า จากแล้วหลงครวญ
๘๖.  สลัดไดใดสลัดน้อง แหนงนอน  ไพรฤา
เพราะเพื่อมาราญรอน เศิกไซร้
สละสละสมร เสมอชื่อ  ไม้นา
นึกระกำนามไม้ แม่นแม้นทรวงเรียม
๘๗.  ไม้โรกเหมือนโรคเร้า รุมกาม
ไฟว่าไฟราคลาม ลวกร้อน
นางแย้มหนึ่งแย้มยาม เยาว์ยั่ว  แย้มฤา
ตูมดั่งตูมตีข้อน อกอั้นกันแสง
๘๘.  สายหยุดยุดกลิ่นฟุ้ง ยามสาย
สายบ่หยุดเสน่หาย ห่างเศร้า
กี่คืนกี่วันวาย วางเทวษ  ราแม่
ถวิลทุกขวบค่ำเช้า หยุดได้ฉันใด
๘๙.  สุกรมกรมสุขไซร้ ไป่มี
กรมแต่ทุกขเทวษทวี ห่อนเว้น
นมสวรรค์นึกบัวศรี เสาวภาคย์  พี่เอย
ถวิลบ่เคยขาดเคล้น คลาดน้องใครถนอม
๙๐.  โกสุมชุมช่อช้อย อรชร
เผยผกาเกสร ยั่วแย้ม
รวยรื่นรสคนธ์ขจร จังหวัด  ไพรนา
กลิ่นตระการกลแก้ม เกศแก้วกูสงวน
ฯลฯ

โคลง ๔

๓๐๑.  นฤบาลบพิตรเผ้า ภูวนา  ยกแฮ
ผายสีหนาทกถา ท่านพร้อง
ไพเราะราชสุภา ษิตสื่อ  สารนา
เสนอบ่มีข้อข้อง ขุ่นแค้นคำไข
๓๐๒.  อ้าไทภูธเรศหล้า  แหล่งตะเลง  โลกฤา
เผยพระยศยินเยง ย่านแกล้ว
สิบทิศทั่วลือละเวง หวั่นเดช  ท่านนา
ไป่เริ่มรอฤทธิแผ้ว เผือดกล้าแกลนหนี
๓๐๓.  พระพี่พระผู้ผ่าน ภพอุต  ดมเอย
ไป่ชอบเชษฐ์ยืนหยุด ร่มไม้
เชิญราชร่วมคชยุทธ์ เผยอเกียรติ  ไว้แฮ
สืบกว่าสองเราไสร้ สุดสิ้นฤามี
๓๐๔.  หัสดีรณเรศอ้าง อวสาน  นี้นา
นับอนาคตกาล ห่อนฟ้อง
ขัตติยายุทธ์บรรหาร คชคู่  กันแฮ
คงแต่เผือพี่น้อง ตราบฟ้าดินกษัย
๓๐๕.  ไว้เป็นมหรสพซ้อง สุขศานติ์
สำหรับราชสำราญ เริ่มรั้ง
บำเทิงหฤทัยบาน ประติยุทธ์  นั้นนา
เสนอเนตรมนุษย์ตั้ง แต่หล้าเลอสรวง
๓๐๖.  ปวงไท้เทเวศทั้ง พรหมาน
เชิญประชุมในสถาน ที่นี้
ชมชื่นคชรำบาญ ตูต่อ  กันแฮ
ใครเชี่ยวใครชาญชี้ ชเยศอ้างอวยเฉลิม
๓๐๗.  หวังเริ่มคุณเกียรติก้อง กลางรงค์
ยืนพระยศอยู่คง คู่หล้า
สงครามกษัตริย์ทรง ภพแผ่น  สองฤา
สองราชรอนฤทธิ์ร้า  เรื่องรู้สรเสริญ
๓๐๘.  ดำเนินพจพากย์พร้อง พรรณนา
องค์อัครอุปราชา ท่านแจ้ง
กอบเกิดขัตติยมา นะนึก  หาญเฮย
ขับคชเข้ายุทธ์แย้ง ด่วนด้วยโดยถวิล
๓๐๙.  หัสดินปิ่นธเรศไท้ โททรง
คือสมิทธิมาตงค์ หนึ่งอ้าง
หนึ่งคือคิริเมขล์มง คลอาสน์  มารเอย
เศียรส่ายหงายงาคว้าง ไขว่แคว้งแทงโถม
๓๑๐.  สองโจมสองจู่จ้วง  บำรู
สองขัตติยสองขอชู เชิดด้ำ
กระลึงกระลอกดู ไวว่อง  นักนา
ควาญขับคชแข่งค้ำ เข่นเขี้ยวในสนาม
๓๑๑.  งามสองสุริยราชล้ำ  เลอพิศ  นาพ่อ
พ่างพัชรินทรไพจิตร  ศึกสร้าง
ฤารามเริ่มรณฤทธิ์ รบราพณ์  แลฤา
ทุกเทศทุกทิศอ้าง อื่นไท้ไป่เทียม
๓๑๒.  ขุนเสียมสามารถต้าน ขุนตะเลง
ขุนต่อขุนไป่เยง หย่อนห้าว
ยอหัตถ์เทิดลบองเลบง อังกุส  ไกวแฮ
งามเร่งงามโทท้าว ท่านสู้ศึกสาร
๓๑๓.  คชยานขัตติเยศเบื้อง ออกถวัลย์
โถมประทะไป่ทัน เหยียบยั้ง
สารทรงราชรามัญ ลงล่าง  แลนา
เสยส่ายท้ายทันต์ทั้ง คู่ค้ำคางเขิน
๓๑๔.  ดำเนินหนุนถนัดได้ เชิงชิด
หน่อนเรนทรทิศ ตกด้าว
เสด็จแสดงวราฤทธิ์ รำร่อน  ขอแฮ
ฟอนฟาดแสงของ้าว อยู่เพี้ยงจักรผัน
๓๑๕.  เบื้องนั้นนฤนาถผู้ สยามินทร์
เบื่ยงพระมาลาผิน ห่อนพ้อง
ศัตราวุธอรินทร์ ฤาถูก  องค์เอย
เพราะพระหัตถ์หากป้อง ปัดด้วยขอทรง
๓๑๖.  บัดมงคลพ่าห์ไท้  ทวารัติ
แว้งเหวี่ยงเบี่ยงเศียรสะบัด ตกใต้
อุกคลุกพลุกเงยงัด คอคช  เศิกแฮ
เบนบ่ายหงายแหงนให้ ท่วงท้อทีถอย
๓๑๗.  พลอยพล้ำเพลียกถ้าท่าน      ในรณ
บัดราชฟาดแสงพล พ่ายฟ้อน
พระเดชพระแสดงดล เผด็จคู่  เข็ญแฮ
ถนัดพระอังสาข้อน ขาดด้าวโดยขวา
๓๑๘.  อุรารานร้าวแยก ยลสยบ
เอนพระองค์ลงทบ ท่าวดิ้น
เหนือคอคชซอนซบ สังเวช
วายชิวาตม์สุดสิ้น สู้ฟ้าเสวยสวรรค์

เวสสันดรชาดก กัณฑ์กุมาร (บทอาขยาน)
            ตาต  พ่อเอ่ย  เจ้าชาลีศรีสุริยวงศ์เยาวเรศ  ปิยปุตฺต  เจ้าก็เกิดในมกุฎเกศกรุงสีวีราษฎร์  ไยพ่อไม่องอาจย่อมย่อท้อทิ้งพระบิดา  ให้พราหมณ์มันจ้วงจาบหยาบช้า  เจ้าเห็นชอบอยู่แล้วหรือหนาพ่อสายใจ  เราก็เป็นขัตติยมไหมหาสมมุติวงศ์วิเศษสุทธิกษัตริย์  ไม่มีใครที่จะมาพ้อตัดติเตียนเลย  พระลูกเอ่ย  เจ้าไม่รู้หรือพระบิตุรงค์บรรจงรักพระโพธิญาณ  หวังจะยังสัตว์ให้ข้ามห้วงมหรรณพภพสงสารให้ถึงฟาก  เป็นเยี่ยงอย่างยอดยากที่จะข้ามได้  สำเภาลำใดของพาณิช  ซึ่งจะตกแต่งต่อติดเป็นกงวาน  ประกอบประกับกระดานตอกตรึง ตะปูตะปลิงยิงตรึงกระชับชิด  พืดเหล็กก็ตีติดตอกหมัน  โซมน้ำมันชันเคี่ยวแล้วเยียวยา  กระดานดาดเป็นดาดฟ้าจังกอบกว้านสมอขัน  เสากระโดงยืนยันยึดด้วยพืดพวนผูกขึง  รัดรึงตายติดกับเสารอกดูนี่เรี่ยวแรง  เสากระโดงสายระโยงระยางแย่งมั่นคง  ปักทวนธงอยู่ริ้ว ๆ ธงตะขาบปลิวสะบัดปลาย  นายช่างจำลองจำหลักลายรายด้วยรูปสัตว์  ราชสีห์สิงห์อัดแอ่นอกกอดกระหนกกระหนาบคาบแก้วกุม  ครั้นได้ฤดูเดือนมรสุมแล้วก็แซ่ซ้อง  บรรทุกสิ่งของลงต่าง ๆ ไว้ระวางทางวิดน้ำทำเป็นโชงโลง  อับเฉากันโคลงประจุเรียบ  สำเภานี่ก็พาบเพียบเพียงราโท  ครั้นได้ฤกษ์แล้วให้เลิกโห่ขึ้นสามลา  ยิงปืนบนนาวาเสียงผะผางผึงตึงตัง  คนการยืนสะพรั่งอยู่พร้อมเพรียง  ศัพท์สำเนียงเสียงเฮโลเฮล่า  เข้าฉุดคร่าสายสมอ ตีม้าล่อลั่นอยู่ฉ่าง ๆ โบกธงอยู่คว้าง ๆ แล้วแกว่งกวัด  พระพายชายพัดติดใบบน  ล้าต้าต้นหนก็มุ่งมอง  ตั้งเข็มส่องกล้องสลัด  โดยกำหนดขนัดคะเนหมาย  นายท้ายก็ยักย้ายบ่ายเบี่ยงเฉลียงแล่นออกชเลลึกแลไม่เห็นฝั่ง  บังเกิดลมสลาตันตั้งตีเป็นลูกคลื่นอยู่ครื้นเครง  สำเภาก็โคลงเคลงไปตามคลื่นตื่นเต้น  เสากระโดงหักกระเด็นกระดานแตก  คลื่นใหญ่โยนกระทบกระแทกกระทั่งผะผังผาง  สำเภาก็อับปางลงในท่ามกลางชเลหลวง  ฝูงมนุษย์ทั้งปวงไม่หลอเหลือล้วนเป็นเหยื่อแก่เต่าปลา  ด้วยเป็นโลกิยนาวาไม่จิรังเลยพระลูกเอ่ย  พ่อเห็นแต่หน้าเจ้าพระพี่น้องทั้งสองรา  เจ้าจงมาเป็นมหาสำเภาทองธรรมชาติอันนายช่างชาญฉลาดจำลองทำ  ด้วยกงแก้วประกำตรึงด้วยเพชรแน่นหนา  แก้วประพาฬแผ่เป็นดาดฟ้าฝาระบุระเบิดเปิดช่องน้ำ  แก้วไพฑูรย์กระทำเป็นราโทโมราประทับสลับสลัก  กรอบลายรายดอกรักเนาวรัตน์  ฉลุฉลักเป็นรูปสัตว์ภาพเพชรนิลแนม  แกมหงส์วิหคกระหนกคาบลดารัด  มังกรกัดกอดแก้วเกี้ยวเป็นก้านขดดูสดใส  ครั้นสำเร็จลำสำเภาแล้วเมื่อใดได้พระพิชัยมงคล  พระบิดาจะทรงเครื่องต้นมงคลพิชัยสำหรับกษัตริย์  ดั่งจะเอาพระสมาบัติกระหวัดทรงเป็นสร้อยสังวาลอยู่สรรพเสร็จ  จะเอาพระขันตีต่างพระขรรค์เพชรอันคมกล้า  สุนทรจะย่างเยื้องลงสู่ที่นั่งท้ายเภตราสูงระหง  แล้วไปด้วยทวนธงเศวตฉัตร  วายุวิเวกพัดอยู่เฉื่อยฉิว  สำเภาทองก็จะล่องลิ่วไปตามลม  สรรพสัตว์ก็จะชื่นชมโสมนัส  ถึงจะเกิดลมกาฬพานกระพือพัดคือโลโภ  ถึงจะโตสักแสนโตตั้งตีเป็นลูกคลื่นอยู่ครื้นโครมโถมกระแทก  สำเภานี้ก็มิได้วอกแวกวาบหวั่นไหว  ก็จะแล่นระรี่เรื่อยเฉื่อยไปจนถึงเมืองแก้ว  อันกล่าวแล้วคือพระอมตมหานครนฤพาน  พระลูกเอ่ย   เจ้าจะนิ่งนานอยู่ไยในสระศรี ขึ้นมาสินะพ่อมาแม่มา  มาช่วยพระบิดายกยอดปิยบุตรทานบารมี  แต่ในครั้งเดียวนี้เถิด
 
|มูลบทบรรพกิจ|ข้อเตือนใจในแบบเรียนเร็ว|ข้อเตือนใจจากบทดอกสร้อย|
| คำปฏิญาณของลูกเสือไทย | ข้อเตือนใจจากที่อื่นๆ | วรรณคดีไทยร้อยกรอง|โคลงพระราชพงศาวดาร|
| หน้าแรก | ชาติไทย | ศาสนา |พระมหากษัตริย์| หน้าต่อไป | ย้อนกลับ |บน |